การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

นอกเหนือจากการกัดกร่อนของหน้าดินและศัตรูพืชที่เพิ่มมากขึ้นแล้ว ชาวไร่กาแฟยังประสบกับปัญหาฤดูฝนและรูปแบบการเก็บเกี่ยวที่แปรเปลี่ยนไป ซึ่งส่งผลเสียต่อชุมชนของชาวไร่ และทำให้พื้นที่ในเขตเพาะปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ลดน้อยลงทั่วโลก

การใส่ใจกับการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศนั้นเป็นงานที่มีลำดับความสำคัญสูงสำหรับสตาร์บัคส์ เราเชื่อว่าขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมในการเพิ่มการลงทุนกับการแก้ปัญหาและกลยุทธ์ในการจัดการกับวิกฤตการนี้ โดยขั้นตอนต่างๆ ที่เราดำเนิน ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าในอนาคตเราจะมีแหล่งกาแฟคุณภาพสูงตรงตามความคาดหวังของลูกค้าอีกด้วย

เป้าหมายของเรา

เรามุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนโครงการช่วยเหลือชาวไร่กาแฟให้สามารถเข้าร่วมคาร์บอนมาร์เก็ตได้ เพื่อให้สามารถมีรายได้เพิ่มเติมในขณะที่ช่วยป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าอีกด้วย

สิ่งที่เราทำอยู่

สตาร์บัคส์ได้ปรับใช้กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศมาตั้งแต่ปี 2004 โดยมุ่งเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียน การประหยัดพลังงาน รวมถึงการให้ความร่วมมือและการสนับสนุน เราพยายามอย่างยิ่งเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการประหยัดพลังงานและน้ำ ลดขยะที่เกี่ยวข้องกับถ้วยของเรา เพิ่มการรีไซเคิล และนำเอาการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้กับร้านของเรา นอกจากนี้ เรายังมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการใช้นโยบายการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศเชิงรุก โดยอาศัยความร่วมมือกับองค์กรและธุรกิจรายอื่นๆ

โครงการ Coffee Carbon ของสตาร์บัคส์และ CI

เรามีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในภูมิภาคที่เพาะปลูกกาแฟ เพื่อช่วยดูแลปัญหาในเรื่องนี้ เราได้จับมือกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ เพื่อดำเนินโครงการนำร่องในการปรับปรุงการผลิตกาแฟ สงวนและฟื้นคืนถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ และเสาะหาโอกาสในการช่วยเหลือชาวไร่ให้สามารถเข้าถึงฟลอเรสคาร์บอนมาร์เก็ตได้

ในปีที่แล้ว เราได้ดำเนินโครงการนำร่องกับชุมชนผู้เพาะปลูกกาแฟกว่า 29 ชุมชนในหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย และในชิอาปาส ประเทศเม็กซิโก ซึ่งต่างก็มีสิ่งแวดล้อมที่เปราะบาง และมีธรรมเนียมในการเพาะปลูกกาแฟแตกต่างกัน ขณะนี้ เรากำลังพยายามดำเนินงานกับอีก 20 ชุมชนเพิ่มเติมในพื้นที่ทั้งสองแห่งนี้  

ด้วยความสัมพันธ์ที่เพิ่มพูนขึ้นกับองค์กร องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนานาชาติ เรากำลังดำเนินโครงการนำร่องเพื่อจูงใจการอนุรักษ์ป่าไม้ โดยเชื่อมโยงชาวไร่กาแฟเข้ากับคาร์บอนมาร์เก็ต ภายใต้โครงการนี้ เรากำลังดำเนินงานร่วมกับชาวไร่เพื่อลงมือลดการปล่อยคาร์บอน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เพื่อดำเนินการติดตามและวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของเราอย่างต่อเนื่อง เราได้จดบันทึกการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของเราในปี 2011 นอกจากนี้ เราได้ประเมินหน่วยงานที่ปล่อยก๊าซจำนวนมากจากร้านค้าปลีกและการคั่วอบกาแฟของเราทั่วโลก โดยอาศัย ระเบียบเรื่องก๊าซเรือนกระจกของ World Resources Institute/WBCSD เนื่องจากการปล่อย GHG ส่วนใหญ่ของเรามากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นผลมาจากพลังงานที่ใช้ในร้าน สำนักงาน และโรงงานคั่วอบกาแฟของเรา เราจึงมุ่งเน้นการประหยัดพลังงานและการเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน

 

สตาร์บัคส์ได้ใช้ระเบียบ WRI/WBCSD GHG มาตรฐานองค์กร เพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปีงบประมาณ 2010 ของเรา การจดบันทึกในปี 2011 พบว่าการปล่อยก๊าซชนิด Scope 1 และ Scope 2 ของเรานั้นเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 979,963 เมตริกตัน ซึ่งตามระเบียบแล้ว ก๊าซ Scope 1 นั้น ได้แก่ การปล่อยก๊าซ GHG โดยตรงจากแหล่งที่มาที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือควบคุม แหล่งที่มาดังกล่าวของสตาร์บัคส์ ได้แก่ โรงงานคั่วอบกาแฟ การดำเนินงานของร้าน และยานพาหนะและอากาศยานที่บริษัทเป็นเจ้าของ ส่วนก๊าซ Scope 2 นั้น ได้แก่ การปล่อยก๊าซ GHG โดยอ้อมจากการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ซื้อใช้โดยบริษัท ข่าวดีคือ เมื่อเปรียบเทียบกับ GHG ฟุตพริ้นท์ปริมาณ 1,006,954 เมตริกตันในปี 2010* ของเราแล้ว เราประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยก๊าซ GHG ลงไปกว่า 2.7% เมื่อคิดแบบสัมบูรณ์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการใช้พลังงานอย่างประหยัดของเรา

*ฟุตพริ้นท์ในปี 2010 ได้รับการปรับค่าตามข้อมูลจากเวนเดอร์ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว